แม้ว่าลาจะร้องเสียงจิ้งหรีดได้
มันก็เป็นความล้มเหลว มากกว่าความสำเร็จ
ทางแห่งความสำเร็จของชีวิต
ไม่อาจเลียนแบบกันได้
ผู้มีทัศนะคับแคบงมงายเท่านั้น
ที่จะเลียนแบบวิถีแห่งความสำเร็จของผู้อื่น
ความพยายามของตัวตน เพื่อตัวตน
ไม่อาจช่วยให้ชีวิตพบความสำเร็จที่แท้จริงได้
เพราะความพยายามเช่นนี้อยู่ที่ไหน
ความสำเร็จที่แท้จริงก็หาอยู่ด้วยไม่
จะมีก็แต่ความสำเร็จจอมปลอม
ที่กว่าจะได้มาก็ต้องทุกข์ทรมาน แสวงหา
การเข้าใจความจริงของชีวิตนั่นเอง
คือความสำเร็จของชีวิต
และการใช้ชีวิตเพื่อสรรพชีวิต
ก็คือหนทางของความสำเร็จ
ดารา ตัวประกอบ
ประวัติส่วนตัว ชื่อ...นายธเนศ ณรงค์ใย การศึกษา...คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภูมิลำเนา...จังหวัดขอนแก่น E-mail...thanes_@hotmail.com 51011712014ermg29@gmail.com โทรศัพท์...0836770520 0844191920
วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554
เห็นแก่ตัว
หนอนกินผัก
สนัขกัดรองเท้า
เป็นความเห็นแก่ตัวหรือ
ถ้ามันไม่รู้ว่าสิ่งที่มันทำนั้นผิด
ปลากัดกินลูกน้ำ
กาฝากเกาะกิ่งไม้
เป็นความเห็นแก่ตัวหรือ
ถ้ามันมีโอกาสเลือกได้ มันจะทำเช่นนั้นหรือ
ชาวนาถอนหญ้าในนาข้าว
ข้าศึกประหัตประหารกันในสมรภูมิ
นี่ก็เรียกว่าความเห็นแก่ตัวหรือ
ถ้าหน้าที่ไม่บังคับ เขาก็คงหลีกเลี่ยงแล้ว
กระทำเถิดถ้ามันจำเป็นต้องกระทำ
เพื่อความอยู่รอดของชีวิตเฉพาะหน้า
จงเป็นปรกติสุขเถิด
ถ้ามิได้กระทำเกินกว่า ความจำเป็น
สนัขกัดรองเท้า
เป็นความเห็นแก่ตัวหรือ
ถ้ามันไม่รู้ว่าสิ่งที่มันทำนั้นผิด
ปลากัดกินลูกน้ำ
กาฝากเกาะกิ่งไม้
เป็นความเห็นแก่ตัวหรือ
ถ้ามันมีโอกาสเลือกได้ มันจะทำเช่นนั้นหรือ
ชาวนาถอนหญ้าในนาข้าว
ข้าศึกประหัตประหารกันในสมรภูมิ
นี่ก็เรียกว่าความเห็นแก่ตัวหรือ
ถ้าหน้าที่ไม่บังคับ เขาก็คงหลีกเลี่ยงแล้ว
กระทำเถิดถ้ามันจำเป็นต้องกระทำ
เพื่อความอยู่รอดของชีวิตเฉพาะหน้า
จงเป็นปรกติสุขเถิด
ถ้ามิได้กระทำเกินกว่า ความจำเป็น
ความกลัว
ความกลัวย่อมเกิดขึ้นและดำรงอยู่
ด้วยความนึกคิด ที่ไม่รู้จริง
เราจะเอาชนะความกลัว
ด้วยการพยายามไม่กลัวนั้นหาได้ไม่
เมื่อความกลัวเกิดขึ้นแล้ว
จงกล้าที่จะค้นให้พบว่าทำไม
ความกลัวเป็นเรื่องเกินความเป็นจริง
เมื่ออยู่กับความเป็นจริงเฉพาะหน้า
ก็ยังไม่มีอะไรต้องกลัว
จงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว
ความปรารถนาที่จะพ้นความกลัว
เป็นหนทางโน้มเอียงสู่ชีวิตนิรันดร์
ด้วยความนึกคิด ที่ไม่รู้จริง
เราจะเอาชนะความกลัว
ด้วยการพยายามไม่กลัวนั้นหาได้ไม่
เมื่อความกลัวเกิดขึ้นแล้ว
จงกล้าที่จะค้นให้พบว่าทำไม
ความกลัวเป็นเรื่องเกินความเป็นจริง
เมื่ออยู่กับความเป็นจริงเฉพาะหน้า
ก็ยังไม่มีอะไรต้องกลัว
จงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว
ความปรารถนาที่จะพ้นความกลัว
เป็นหนทางโน้มเอียงสู่ชีวิตนิรันดร์
คำทำนาย
เมื่อยอมรับคำทำนายเคราะห์ร้าย
เคราะห์ร้ายก็พร้อมที่จะเกิดขึ้น
แต่เมื่อยอมรับคำทำนายโชคดี
โชคดีจะเกิดก็หาไม่ ถ้าไม่ได้กระทำดี
มีแต่ผู้อ่อนแอ และหวั่นไหวเท่านั้น
ที่จะแสวงหา และยอมเป็นทาสของคำทำนาย
คำทำนายและสาปแช่งย่อมมีฤทธิ์เมื่อเรารับเอา
การหยั่งรู้เรื่องในวันหน้า
จะเป็นประโยชน์อันใด
ในเมื่อปัจจุบันก็ยังไม่สงบสุข
การฝันใฝ่ถึงวันวานและวันพรุ่ง
ถ้าทำให้เสียปรกติสุขในปัจจุบันไป
ก็สมควรที่จะกำหนดจิตใจเสียใหม่
วันวานไม่อาจหวนมา แม้ว่าจะหวานชื่น
พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง แม้จะเป็นความตาย
คิดคำนึงนึกถึงไปจะทำอะไรได้
มีแต่เดี๋ยวนี้เท่านั้นที่เราสามารถกระทำ
เคราะห์ร้ายก็พร้อมที่จะเกิดขึ้น
แต่เมื่อยอมรับคำทำนายโชคดี
โชคดีจะเกิดก็หาไม่ ถ้าไม่ได้กระทำดี
มีแต่ผู้อ่อนแอ และหวั่นไหวเท่านั้น
ที่จะแสวงหา และยอมเป็นทาสของคำทำนาย
คำทำนายและสาปแช่งย่อมมีฤทธิ์เมื่อเรารับเอา
การหยั่งรู้เรื่องในวันหน้า
จะเป็นประโยชน์อันใด
ในเมื่อปัจจุบันก็ยังไม่สงบสุข
การฝันใฝ่ถึงวันวานและวันพรุ่ง
ถ้าทำให้เสียปรกติสุขในปัจจุบันไป
ก็สมควรที่จะกำหนดจิตใจเสียใหม่
วันวานไม่อาจหวนมา แม้ว่าจะหวานชื่น
พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง แม้จะเป็นความตาย
คิดคำนึงนึกถึงไปจะทำอะไรได้
มีแต่เดี๋ยวนี้เท่านั้นที่เราสามารถกระทำ
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…
โดยท่าน ว. วชิรเมธี
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…
โดยท่าน ว. วชิรเมธี
ศักดิ์ศรี
พูดถึงเรื่องอัตตาตัวตนบางคนฟังไม่ถูก จึงขอพูดถึงอาการของอัตตาที่ค่อนข้างชัดเจน นั้นคือสิ่งที่เราเรียกว่าศักดิ์ศรี
เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า
ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์
สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที
ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า
เราจะทำหรือไม่ทำอะไรในชีวิต
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง
ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนคงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น
การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด
ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง
ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า
เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา
เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า
ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์
สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที
ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า
เราจะทำหรือไม่ทำอะไรในชีวิต
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง
ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนคงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น
การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด
ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง
ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า
เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา
สิ่งที่เรามองข้าม
บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)